ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีด้านอาหารมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อก่อนก็จะมีการดองเค็ม ตากแห้งและการถนอมอาหารให้อยู่ได้แค่รายเดือน แต่ปัจจุบันทำให้เราสามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารเอาไว้รับประทานไปได้หลายปี โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่มีวางขายอยู่ทั่วไป แม้จะมีการผสมสารกันบูดแล้ว แต่เทคโนโลยีที่ใหม่กว่านั้นที่เราคุ้นชินกันดีคือ การมีซองเม็ดสารกันชื้นไว้ในซองอาหาร

แล้วรู้หรือไม่ว่า สารที่ใส่อยู่ในซองพลาสติกเล็กๆ ที่แนบมากับอาหารแห้ง ซึ่งดูคล้ายๆ กับเม็ดพลาสติกธรรมดาๆ ที่รู้จักกันในชื่อ สารดูดความชื้น หรือสารกันความชื้น ที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Desiccant และ Oxygen Absorber หรือสารดูดซับออกซิเจน มีมาอย่างไร สารที่ใส่ลงไปในห่ออาหารเพื่อช่วยดูดและกักเก็บน้ำจากอาหารและควบคุมความชื้นในห่ออาหารให้อยู่ในระดับที่จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้น้อยหรือไม่สามารถเติบโตได้เลย ทำให้อาหารไม่เน่าเสียเหม็นหืนและขึ้นราช้าลง มีผลทำให้เก็บได้นานขึ้น หมดอายุช้าลง คงคุณภาพความกรอบ

สารที่นิยมนำมาใช้ในการเก็บและดูดความชื้น อย่าง ซิลิกาเจล Silica Gel หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ซิลิกอนไดออกไซด์ Silicon Dioxide เป็นเม็ดสีขาวกลมเล็กๆ ในซองพลาสติก บางครั้งเราก็เห็นมันถูกจับใส่อยู่ในกระเป๋ากล้อง กล่องรองเท้า แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นชนิดเดียวกัน

สารกันชื้นที่ผลิตขึ้นนี้ ได้จากทรายขาว Silica ผสมกรดกำมะถัน ที่มีลักษระเป็นเม็ดกลมแข็ง ถ้าเรานำซิลิกาเจลนี้มาส่องขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นรูพรุนเล็กๆ เต็มไปหมดบนพื้นผิว รูพรุนเหล่านี้เป็นลักษณะของเม็ดทรายทั่วไป เมื่อรวมกับกรดกำมะถันที่มีคุณสมบัติดูดน้ำได้ดี จึงทำให้ซิลิกาเจลสามารถดูดน้ำไปเก็บกักไว้ในรูพรุนของมันได้มากถึง 35-40% ของน้ำหนักมันเอง พูดง่ายๆ คือถ้าเราเทน้ำ 40 มิลลิลิตร หรือ 8 ช้อนชา ลงบนซิลิกาเจลที่มีน้ำหนัก 1 ขีด น้ำจะถูกดูดเข้าไปทั้งหมดจนแห้งเหือด

อันตรายจากสารกันชื้นในอาหาร

ซิลิก้าเจลนั้นส่วนใหญ่จะมาในรูปเม็ดเล็กๆ แข็ง แต่มีบ้างที่มีการทำเป็นเม็ดใหญ่ๆ แต่คุณสมบัติที่จะดูดน้ำได้ดีที่สุดจะอยู่ในรูปของผงซิลิกาละเอียดคล้ายทรายสีขาว จะสามารถดูดน้ำได้เร็วและดีกว่า เพราะมีพื้นผิวสัมผัสมากกว่าแบบอื่น ซิลิกาเจลสีน้ำเงินจะถูกเคลือบด้วยสารโคลอลต์คลอไรด์ Cobalt Chloride หากมีการดูดน้ำจนเต็มจะเปลี่ยนสีเป็นสีชมพู ทำให้รู้ว่าถูกใช้ไปแล้ว แต่จะทำให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้โดยการอบให้แห้งเพื่อขจัดน้ำออกไป ซิลิกาสีน้ำเงินสี้ไม่สามารถใช้กับอาหารได้ เพราะสารโคบอลต์คลอไรด์ที่เป็นสารเคลือบนี้เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และแม้ว่าสารกันชื้นจะมีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ แต่มันก็ทำได้แค่การดูดความชื้นได้ถึงระดับความชื้นสัมพัทธ์ 40-45% เท่านั้น และจะคายน้ำที่เก็บไว้ออกทันทีหากความชื้นสัมพัทธ์ในหีบห่อต่ำกว่า 40-45% ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาระดับความชื้นในห่อเอาไว้ (ในประเทศไทยพื้นที่ทั่วไปความชื้นสัมพัทธ์จัดอยู่ในระดับ 80-80%)

อันตรายจากสารกันชื้น ที่มีอยู่ในหีบห่อบรรจุอาหาร

โดยปกติแล้วสารกันชื้นที่บรรจุซองเล็กๆ แทรกไว้ติดกับหีบห่ออาหารในภาชนะบรรจุเดียวกับอาหารที่คุณทานเข้าไปนั้น จะมีข้อดีที่สารเหล่านั้นจะช่วยดูดซับความชื้นและออกซิเจนในบรรจุภัณฑ์ ทำให้อาหารคงอายุอยู่ได้นานหลายเท่า และมีความสดใหม่ แต่สารเหล่านั้นก็เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งจากการสัมผัสและการกิน ตามกฏหมายอาหารแล้ว จะไม่อนุญาตให้มีการผสมลงไปในอาหารโดยตรงเด็ดขาด แต่จะให้แยกใส่ซองเล็กๆ ไว้ในภาชนะบรรจุปิดสนิท หรือให้ผสมลงในเนื้อพลาสติกที่ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหารได้

รู้หรือไม่ว่า ขวดน้ำมันพืช มีการผสมสารซิลิกาเจล หรือสารดูดความชื้น เป็นส่วนผสมในเม็ดพลาสติกที่ใช้ทำขวด เพื่อจุดประสงคือป้องกันไม่ให้ออกซิเจนสัมผัดกับน้ำมันพืช เพราะจะทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน

ฉะนั้นแล้ว เมื่อมีการซื้ออาหารหรือสินค้าที่เอาไว้รับประทาน โดยเฉพาะอาหารที่มีซองสารกันชื้นบรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารด้วย ควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์หรือซองที่ใช้บรรจุสารกันชื้นให้ดีว่า มีชำรุดเสียหาย ปิดสนิทหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นหากอาหารมีการสัมผัสสารกันชื้นที่หลุดรอดออกมา อาหารเหล่านั้นก็จะกลายเป็นยาพิษดีๆ นี่เอง

ที่มา http://www.kasetorganics.org