ใครจะเชื่อ คนไทยนิยมข้าวกล้องงอก ส่วนฝรั่งกินข้าวโอ๊ตสู้โรค เชื่อหรือไม่ ต่างประเทศนิยมชมชอบรับประทาน ข้าวโอ๊ต อย่างสม่ำเสมอเนิ่นนานนับพันๆ ปีโดยมีความเชื่อที่ว่า ข้าวโอ๊ตมีคุณประโยชน์มากมายอีกทั้งยังเป็นอาหารที่สามารถรักษาโรคได้อีกด้วย ไม่แพ้ข้าวกล้องงอกของไทยเลยทีเดียว ต่างกันแค่ประวัติศาสตร์ของการรับประทานเท่านั้น ที่คนไทย เริ่มนิยมชมชอบข้าวกล้องงอก หรือข้าวกล้องเพาะงอกเมื่อไม่กี่ปีมาแล้ว แต่สำหรับฝรั่งเค้ารับประทานกันมานับพันๆ ปีแล้ว

ข้าวโอ๊ต ในวันนี้มาเล่าสู่กันฟังดีกว่า เกี่ยวกับสรรพคุณและประโยชน์ของข้าวโอ๊ต ถ้าจะพูดถึงส่วนผสมของอาหารธัญพืชที่มีวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าจะต้องมีส่วนผสมของข้าวโอ๊ดในหลายๆ รายการ แต่หลายคนก็คงจะนึกไม่ออกว่าข้าวโอ๊ตมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง ที่สำคัญที่สุด เกี่ยวพันอะไรกับสุขภาพความงาม ฉะนั้นวันนี้เราจะนำท่านไปเจาะลึกถึงสรรพคุณและคุณประโยชน์ของข้าวโอ๊ตกันว่ามีอะไรกันบ้าง แถมท้ายด้วยส่วนเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องของความงามด้วย

ข้าวโอ๊ต อาหารเพื่อสุขภาพความงาม

ข้าวโอ๊ต คุณประโยชน์มากมาย

ชาวตะวันตกกินข้าวโอ๊ตอย่างสม่ำเสมอ กินกันมาเนิ่นนานนับพันปี เพราะข้าวโอ๊ตเป็นอาหารหลักที่กินทั้งเมล็ดได้ จัดเป็นธัญพืชสำคัญอันดับต้นๆ รองจากข้าวสาลี กินข้าวโอ๊ตไม่ลำบาก เพราะไม่ต้องบดจนเป็นผงแป้งเหมือนข้าวสาลี ข้าวโอ๊ตทั้งเมล็ด อบ ตากแห้ง ทับให้แบนเป็น โรลโอ๊ต ที่เห็นวางขายในตลาดทั่วไปนั้นสามารถนำมารับประทานกับนมได้เลย หรือเอาไปผสมทำมูสลี่ เอาไปใส่ขนมอบต่างๆ ทำคุกกี้ มัฟฟิ่น ครัมเบิลใส่ลูกเบอร์รี่ ขนมปัง บิสกิตต่างๆ ได้หมด บางคนประยุกต์เอาไปทำข้าวโอ๊ตต้มใส่หมูสับ ก็เคยเห็นมาแล้ว เอาข้าวโอ๊ตไปเข้าไมโครเวฟ บดให้นุ่ม ต้มทำข้าวต้มหรือโจ๊ก อร่อยไปอีกแบบ ส่วน โอ๊ตมีล คือข้าวโอ๊ตที่บดหยาบระดับหนึ่ง เป็นอาหารเช้ายอดนิยมของชาวอังกฤษ เติมนม น้ำตาลนิดให้พอหวานหอม เด็กๆ ชอบกิน คงเหมือนเด็กไทยโบราณที่ให้กินน้ำข้าวต้ม ชาวสกอตเอาไปทำแฮกกิสหรือเครื่องในต้ม ต้มทำซุปให้ข้นเหนียวก็ได้

ถ้าโอ๊ตแผ่นบางลงมาอีกเอาไปทำขนมกรุบกรอบ ขนมปัง แพนเค้ก โรยหน้าเข้าไป หรือโรยหน้าสลัดผักก็กินอร่อย เบียร์ตำรับดั้งเดิมของสกอตแลนด์ หมักจากข้าวโอ๊ตผสมกับสมุนไพรต้นเวิร์ต (Wort) มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว ชาวเมืองผู้ดีเขาเป็นต้นตำรับคนกินข้าวโอ๊ตมาเนิ่นนาน เมื่อเวลาผ่านไป เครื่องดื่มข้าวโอ๊ตผสมนม ใส่น้ำตาลนิด แช่ให้เย็นฉ่ำ ดื่มแก้ร้อนดับกระหาย กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในแถบละตินอเมริกา อาจเป็นเพราะข้าวโอ๊ตมีกลิ่นหอมที่เข้ากันดีกับนมเนย ไม่แปลกเลยถ้าผู้ใหญ่บางคนแอบขโมยข้าวโอ๊ตต้ม หรือโอ๊ตมีล ของเด็กๆ มากินบ้าง ที่จริงแล้วต้นข้าวโอ๊ต มีแหล่งกำเนิดในแถบอบอุ่น บริเวณเอเชียไมเนอร์ แต่ก็เติบโตได้ดีในเขตยุโรปเหนือ ปัจจุบันประเทศที่ปลูกข้าวโอ๊ตมากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย แคนาดา อเมริกา โปแลนด์ ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย เยอรมนี จีน และยูเครน เป็นธัญพืชประจำชาติของชาวตะวันตก และเป็นอาหารของปศุสัตว์ ทั้งวัว ควาย และม้า ก็กินข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตจึงเป็นอาหาร และเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก จากการศึกษาวิจัยเรื่องสารอาหารในข้าวโอ๊ต ที่เริ่มเปิดประเด็นเมื่อปลายทศวรรษ 1980 พบว่า ข้าวโอ๊ตมีสารอาหารและเส้นใย ที่ช่วยป้องกันโรคภัยหลายชนิด เคยมีผู้ผลิตมันฝรั่งแผ่นทอดหรือโปเตโต ชิพ ผสมข้าวโอ๊ตลงไป ปรากฏว่าขายดิบขายดี จากรายงานการศึกษาของนักโภชนาการที่ออกมาบอกว่า กินข้าวโอ๊ตทุกวัน ลดไขมันชนิดเลวและคอเลสเตอรอล ลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด อันว่าโรคเหล่านี้คนอเมริกันเป็นกันมาก ดังนั้นเมื่อมีประกาศรณรงค์ให้ช่วยๆ กันกินข้าวโอ๊ต ใครๆ ก็เลยหาข้าวโอ๊ตใส่ลงไปในอาหาร

กินข้าวโอ๊ต อย่างไรได้ประโยชน์

นักโภชนาการควานหาคุณสมบัติอันเลอเลิศของข้าวโอ๊ตเจอ ก็เลยชวนให้ทุกคนกินข้าวโอ๊ต โดยคุณสมบัติขั้นเทพของข้าวโอ๊ตคือ เส้นใย หรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ เป็นธัญพืชที่มีกากใยสูง แคลอรีต่ำ กากใยนี้เมื่อกินเข้าไปจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ ช่วยซึมซับน้ำเมื่ออาหารตกผ่านลงไปในท้อง ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว เมื่อเริ่มต้นกระบวนการย่อยในลำไส้ ข้าวโอ๊ตจะช่วยในการดูดซึมอาหาร กากใยที่มีจะก่อตัวเป็นเจล แล้วค่อย ๆ ซึมซับคาร์โบไฮเดรต รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และมีโปรตีนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน โปรตีนในข้าวโอ๊ตมีค่าใกล้เคียงกับโปรตีนในถั่วเหลือง และไม่น้อยไปกว่าเนื้อ นม ไข่ จัดเป็นธัญพืชที่มีโปรตีนมากที่สุด กินข้าวโอ๊ตจึงให้คุณค่า ไม่อ้วน อิ่มเร็ว และปล่อยให้กากใยทำหน้าที่ที่ดีต่อร่างกาย

ในอเมริกา ที่รณรงค์ให้กินข้าวโอ๊ตระบุว่า ถ้ากินข้าวโอ๊ตให้ได้ไฟเบอร์ 3 กรัมต่อวัน จะช่วยลดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล ลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ควรกินอย่างน้อย 0.75 กรัม ต่อการกิน 1 ครั้ง ถ้าไม่รู้ว่าควรกินปริมาณเท่าใด ก็ลองคิดเองว่า ในข้าวโอ๊ต 100 กรัม (3.5 ออนซ์) ให้พลังงาน 390 กิโลแคลอรี (1,630 กิโลจูล) คาร์โบไฮเดรต 66 กรัม ไขมัน 7 กรัม โปรตีน 17 กรัม วิตามินบี 5 1.3 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 5 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 177 มิลลิกรัม และตัวสำคัญไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ 4 กรัม นับว่ามีมากอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อจะกินอาหารเช้าด้วยนมหรือน้ำเต้าหู้ เติมข้าวโอ๊ตบดหรือหยาบลงไปไม่ผิดกติกา หรือจะมีวิธีกินข้าวโอ๊ตด้วยวิธีอื่น ก็มีเมนูสารพันข้าวโอ๊ตมากมาย

ข้าวโอ๊ต อาหารเพื่อสุขภาพความงาม

ข้าวโอ๊ตยังเป็นแขกรับเชิญในผลิตภัณฑ์ถนอมผิว สบู่ข้าวโอ๊ตก็ทำกันมานานแล้ว ตอนนี้มีโลชั่นผสมสารสกัดข้าวโอ๊ต มีครีมบำรุงผิว สครับ เพราะนอกจากคุณค่าสารอาหารมากมายแล้ว ในข้าวโอ๊ตยังมีวิตามินอี เป็นกลีเซอรีนธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น สูตรสครับผิวในสปานิยมผสมข้าวโอ๊ต ขัดผิวแล้วผิวผ่องเป็นนวลใย หรือจะทำสครับผิวด้วยข้าวโอ๊ตด้วยตัวเองก็ได้ ข้าวโอ๊ตหรือโอ๊ตมีลที่เหลือกินก็ทำได้ ผสมน้ำผึ้งก็ได้ ผสมน้ำมันหรือนม ทาหรือสครับผิว นับว่าเป็นสปาที่บ้านแบบไม่เปลืองกะตังค์ เพราะข้าวโอ๊ต เป็นธัญพืชราคาถูกคุณค่าสูง ก็ปลูกกันครึ่งโลก คนและสัตว์กินกันกว่าค่อนโลก เป็นอาหารของทุกสรรพชีวิตจริงๆ

เรามักนิยมนำข้าวโอ๊ตมารับประทานเป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน เราสามารถนำข้าวโอ๊ตมาปรุงเป็นหลากหลายเมนูอร่อยได้ไม่ซ้ำ สามารถรับประมาณได้ตลอดและรวดเร็วเหมาะกับวิถีชีวิตชาวเมืองที่รีบเร่งของทุกวันนี้ด้วย สบายอารมณ์มีสูตรข้าวโอ๊ตอร่อยๆ มานำเสนอเผื่อสาวๆ อยากจะทำรับประทานที่บ้านบ้างก็ไม่ว่ากัน

  • ตอนเช้าๆ ลองซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยหรือนมสดสักแก้วแล้วผสมข้าวโอ๊ตลงไป (หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป) พร้อมลูกเกด ผลไม้สดต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง ช่วยเพิ่มพลังให้เช้านี้อย่างสดใสอิ่มท้องอยู่นานไปจนมื้อเที่ยงเลย
  • โจ๊กข้าวโอ๊ตร้อนๆ นำข้าวมาต้มให้เปื่อยจนกลายเป็นโจ๊กแล้วปรุงน้ำซุปให้ได้รสชาติตามต้องการ จากนั้นเติมข้าวโอ๊ตลงไปตามด้วยหมูสับและผักตามชอบสับละเอียดก็จะได้โจ๊กข้าวโอ๊ตร้อนๆ มากคุณค่า

ข้าวโอ๊ต กับ สุขภาพ และ ความงาม

นอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังมีประโยชน์ช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงานและลดหุ่นได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้บำรุงความสวยความงามของสาวๆ ได้อีกด้วย โดยนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เช่น แชมพู โลชั่นทาผิว สบู่ข้าวโอ๊ต เพราะข้าวโอ๊ตมีวิตามินอีเป็นกลีเซอรีนตามธรรมชาติ คงความชุ่มชื่นของผิวได้ดี นอกจากนี้เรายังสามารถนำข้าวโอ๊ตมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาสครับผิวได้อีกด้วย หรือสามารถนำมาผสมน้ำอาบช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นแต่ไม่มันเพราะมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยดูดซับความมันออกจากผิวได้

เรื่อง : เอื้อพันธุ์ / nationejobs.com / sabaiarom